
|
การดำเนินงานของทบวงมหาวิทยาลัย
|
|
|||||||||||||||
| ทบวงมหาวิทยาลัย ในฐานะที่เป็นหน่วยงานต้นสังกัดของมหาวิทยาลัยของรัฐ และรับนโยบายโดยตรงจากรัฐบาลในการสนับสนุนและดำเนินการปรับเปลี่ยนสถานภาพมหาวิทยาลัยของรัฐ ที่เป็นส่วนราชการ ไปเป็นมหาวิทยาลัยในกำกับของรัฐเพื่อให้มีความคล่องตัวในการบริหารจัดการ สามารถปฏิบัติภารกิจสู่ความเป็นเลิศทางวิชาการ และสนองตอบความต้องการของสังคมได้อย่างต่อเนื่อง ในปี พ.ศ.2542 ทบวงมหาวิทยาลัย ได้เตรียมการด้านต่าง ๆ เพื่อรองรับการปรับเปลี่ยนสถานภาพของมหาวิทยาลัย สรุปผลดำเนินงานที่สำคัญ ดังนี้ | ||||||||||||||||
|
||||||||||||||||
| 2. การบริหารสถาบันอุดมศึกษา ตามหลักการปกครองที่ดี | ||||||||||||||||
| ได้กำหนดนโยบายเพื่อส่งเสริมให้สถาบันอุดมศึกษา
พัฒนาระบบบริหารตามหลักการปกครองที่ดี (Good Governance) เพื่อสร้างความเข้มแข็งของกลไกการบริหาร
โดยมุ่งหวังว่าเมื่อสถาบันอุดมศึกษาสามารถสร้างระบบบริหารที่ดีีให้เกิดขึ้นได้
ก็จะเป็นตัวอย่างและสามารถเผยแพร่ไปสู่หน่วยงานต่าง ๆ ดังนั้น เพื่อให้นโยบายดังกล่าวสัมฤทธิ์ผล
ได้ตั้งคณะทำงานขึ้นชุดหนึ่ง เพื่อดำเนินการดังกล่าว โดยคณะทำงานได้กำหนดแนวทางการดำเนินงาน
3 ประการหลัก คือ ประการที่หนึ่ง เชื่อมโยงการบริหารสถาบันอุดมศึกษาด้วยหลักการปกครองที่ดี
กับการประกันคุณภาพอุดมศึกษา ประการที่สอง กำหนดกรอบแนวคิดเรื่องหลักการปกครองที่ดี
ที่สอดคล้องกับบริบทของสถาบันอุดมศึกษา และการประยุกต์ไปสู่การปฏิบัติ
ประการสุดท้าย ส่งเสริมให้มหาวิทยาลัยของรัฐได้บรรจุหลักการดังกล่าว
เข้าเป็นส่วนหนึ่งในการจัดทำร่างพระราชบัญญัติมหาวิทยาลัย ในกำกับของรัฐในอนาคต |
||||||||||||||||
| 3. การปรับปรุงระบบงบประมาณของมหาวิทยาลัย | ||||||||||||||||
| ส่งเสริมให้มหาวิทยาลัย/สถาบันอุดมศึกษาของรัฐ มีการบริหารจัดการงบประมาณได้อย่างมีประสิทธิภาพและคล่องตัว สามารถตรวจสอบได้ ซึ่งจะส่งผลให้การจัดการศึกษาเป็นไปอย่างมีคุณภาพและมีมาตรฐาน | ||||||||||||||||
| 3.1 ได้หารือร่วมกับผู้แทนที่ประชุมอธิการบดีแห่งประเทศไทย ผู้แทนกระทรวงการคลัง และผู้แทนสำนักงบประมาณ และกำหนดหลักเกณฑ์การบริหารงบประมาณของมหาวิทยาลัย/สถาบันอุดมศึกษาของรัฐเป็น 2 ลักษณะ คือ | ||||||||||||||||
|
||||||||||||||||
| 3.2 ทบวงมหาวิทยาลัยได้พัฒนาระบบการจัดสรรงบประมาณโดยแต่งตั้งคณะทำงาน พัฒนาระบบการจัดสรรงบประมาณมหาวิทยาลัยในกำกับของรัฐ ศึกษาวิเคราะห์แนวคิดในการจัดสรรงบประมาณ การวิเคราะห์ค่าใช้จ่ายต่อหัวนักศึกษา เพื่อประมวลเป็นข้อเสนอแนะในการปรับปรุงระบบการจัดสรรงบประมาณให้แก่สถาบันอุดมศึกษา | ||||||||||||||||
| 3.3 ทบวงมหาวิทยาลัยได้รับการสนับสนุนจากรัฐบาลออสเตรเลีย จัดผู้เชี่ยวชาญมาร่วมศึกษาวิเคราะห์และเสนอแนะรูปแบบการจัดสรรงบประมาณ ซึ่งผู้เชี่ยวชาญได้นำเสนอผลการศึกษาวิเคราะห์เมื่อ เดือนมกราคม 2543 ขณะนี้อยู่ระหว่างการศึกษาวิเคราะห์และทบทวนความถูกต้องของข้อมูลรวมกับมหาวิทยาลัย/สถาบันอีกครั้งหนึ่ง แล้วนำระบบดังกล่าวไปทดลองกับข้อมูลจริงย้อนหลัง 5 ปี เมื่อผลปรากฏเป็นที่ยอมรับได้ของทุกฝ่าย จึงให้เริ่มทดลองโดยแบ่งการดำเนินงานออกเป็น 3 ระยะ ทั้งนี้ การจัดสรรงบประมาณตามวิธีการที่เสนอจำเป็นต้องอาศัยข้อมูลค่าใช้จ่ายต่อหัวนักศึกษาในสาขาวิชาและระดับการศึกษาต่างๆ ซึ่งปัจจุบันมหาวิทยาลัย/สถาบันแต่ละแห่ง มีวิธีการคิดที่แตกต่างกัน ทำให้การประมาณการค่าใช้จ่ายต่อหัวนักศึกษาไม่เป็นที่ยอมรับและไม่สามารถนำมาใช้ในการจัดสรรงบประมาณดังกล่าวได้ แต่หากข้อมูลดังกล่าวเป็นสิ่งที่รายงานจากระบบบัญชีของมหาวิทยาลัย ซึ่งมีผู้ตรวจสอบให้การรับรอง แล้วน่าจะเป็นข้อมูลที่มีความน่าเชื่อถือมากที่สุด | ||||||||||||||||
| 3.4
ทบวงมหาวิทยาลัยจึงได้พัฒนาระบบบัญชีต้นทุนอิงฐานกิจกรรม
และใช้เกณฑ์พึงรับพึงจ่าย สำหรับใช้เป็นต้นแบบหรือตัวอย่างของระบบบัญชีที่มหาวิทยาลัย/สถาบันสามารถนำไปปรับปรุงใช้ให้เ หมาะสมกับสภาพแวดล้อมการบริหารของแต่ละสถาบัน |
||||||||||||||||
| 3.5 ได้จัดการฝึกอบรมให้กับกลุ่มผู้บริหารมหาวิทยาลัย และกลุ่มผู้ปฏิบัติที่เกี่ยวข้อง | ||||||||||||||||
| 3.6 ในปี 2543 ได้คัดเลือกมหาวิทยาลัย/สถาบัน 2 แห่ง ได้แก่มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี และมหาวิทยาลัยทักษิณ เป็นสถาบันนำร่องทดลองนำระบบบัญชีต้นทุนดังกล่าวไปประยุกต์ใช้ | ||||||||||||||||
| ( อ้างอิงจาก : http://www.mua.go.th/work.html ) | ||||||||||||||||